NEWS & PROMOTIONS

news and promotions from gravitech

News

เปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในวงการอิเล็กทรอนิกส์ Maker, Hacker และ DIY แห่งประเทศไทย

15 May 2019

 

        บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด

               บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทลูกของบริษัท กาวิเทค (Gravitech) ซึ่งตั้งอยู่ที่ รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา (Nevada, USA) มีเจ้าของเป็นวิศวกรคนไทย ทำทางด้านออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับไมโครคอนโทรเลอเป็นหลัก บริษัท กาวิเทค ต้องการจะขยายฐานการดีไซด์และผลิตมายังแผ่นดินบ้านเกิดของตนที่ประเทศไทย บริษัท Gravitech ก่อตั้งโดย นายชานนท์ ตุลาบดี เมื่อปี 2006
 
           ประวัติของคุณชานนท์ ตุลาบดี : ผมมาศึกษาต่อที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี หลังจากจบ ม.3 ที่ รร.อัสสัมชัญ บางรัก หลังจากจบการศึกษาคณะวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทางบริษัท GE (General Electric) ก็ได้มารับตัวเข้าทำงาน ผมทำงานอยู่กับ GE ร่วม 9 ปี  และระหว่างนั้นบริษัทได้ส่งให้ศึกษาต่อจนจบปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัย University of Nevada Reno ผมได้รับเชิญจากทางมหาวิทยาลัยให้มาสอนในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์วิชาไมโครโปรเซสเซอร์ระดับสูง ทุกวันนี้ยังสอนและช่วยรีเซิร์ทโปรเจคที่มหาวิทยาลัยนี้อยู่ ส่วนตัวผมชอบงานด้านอิเล็คทรอนิกส์ตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่ามันเป็นทั้งงานหลักและงานอดิเรกของผม ในวงการ DIY หรือ Hobbyist ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลัง Arduino Hackerspace Maker และอีกหลายๆองกรค์ ก่อนที่จะมาศึกษาต่อที่อเมริกา ผมได้ตั่งปณิธานและให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศไทย และจะสร้างให้ไทยเป็นแหล่งผลิตเครื่องใช้อิเล็คทรอนิกส์ เสมอประเทศ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี เราจะมีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของเราเองเพื่อส่งขายทั่วโลก
 
   ประวัติของ Gravitech :
 
           เริ่มต้นที่ผมออกแบบแผงวรจรที่เข้ามา มาช่วยเสริมในการค้นคว้าวิจัยงานทางด้านงานอิเล็คทรอนิกส์ส่วนตัว ทุกครั้งที่สั่ง PCB มาจะต้องสั่งจำนวนเกินความต้องการ ผมเลยลองประกอบบอร์ดทั้งหมดที่สั่งมาและเริ่มขายบนเวปไซด์ Ebay จากนั้นขายดีมาก จึงทำให้ผมรู้ว่าบอร์ดบางชนิดที่เอื้ออำนวยในการค้นคว้าทดลองนั้นก็มีคนจำนวนมากที่ต้องการเหมือนเรา เช่นพวก breakout board เป็นต้น จากนั้นผมจึงเริ่มดีไซด์และผลิตบอร์ดพวกนี้มาขายเป็นหลัก ด้วยการที่ผมมีประสบการณ์มาจนกระทั่งในวงการ professional (ประสบการณ์ที่ต้องติดต่อกับลูกค้าและซัพพลายเออร์บริษัทใหญ่ๆตอนที่อยู่ GE กว่า9ปี), วงการ การศึกษา (ประสบการณ์จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ กว่า6ปี) และวงการ มือสมัครเล่น (งานอดิเรก และเบื้องหลังองกรค์ open source ต่างๆ) ทำให้ผมได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมั่นใจในความต้องการของตลาดนี้เป็นอย่างดี ทำให้สินค้าที่ Gravitech ดีไซด์และผลิตออกมากว่าร้อยรายการ ไม่มีรายการไหนที่ขายไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ในปี 2009 ผมตัดสินใจเช่าพื้นที่โรงงานกว่า 200ตารางเมตร และลงทุนซื้อเครื่องจักรในการผลิตแบบครบวงจร จากนั้นบริษัทก็ได้มีผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกปี ล่าสุดปี 2012 บริษัทมียอดขายถึง 12ล้านบาท
 
   เกี่ยวกับสินค้าของ Gravitech :
 
           สินค้าของเราจะเป็นบอร์ดจำพวกไมโคคอนโทรเลอและอุปกรณ์เสริมเพื่อที่จะช่วยให้การทดลองและศึกษางานทางด้านอิเล็คทรอนิกส์ จะเป็นสินค้าคล้ายๆกับ Sparkfun, Adafruit, ETT หรือ Inex เป็นต้น
 
            ข้อแตกต่างคือสินค้าเราจะเน้นเป็นการใช้งานให้เข้ากับ breadboard ได้เป็นส่วนใหญ่ สินค้าที่เด่นที่สุดตอนนี้คือ Arduino Nano ซึ่งเราได้รับลิขสิทธิ์จากทางบริษัทแม่ให้เป็นผู้ออกแบบพัฒนาและผลิตแต่เพียงผู้เดียว สินค้าทุกตัว
ของเราที่ไม่ได้ซื้อมาขายไปจะเป็นการออกแบบและผลิตเองในประเทศอเมริกา เพราะฉะนั้นสินค้าของเราจะ Made in USA ทุกตัว เรามีตัวแทนจำหน่ายอยู่หลายบริษัททั่วโลก ล่าสุดบริษัท Mouser Electronic ได้นำสินค้าของเราเข้าไปจำหน่าย ซึ่งถือว่าเป็นการยอมรับจากบริษัทผู้จำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ระดับต้นๆของโลก
 
             ทำไมต้องมี บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด เนื่องจากบริษัทกาวิเทคมีลูกค้าทั่วโลกจำนวนมากรอคอยสินค้าใหม่ๆหลายรูปแบบ และตามที่ผมได้ให้ปณิธานไว้ว่าจะกลับมาพัฒนาประเทศไทยให้มีชื่อเสียงทางด้านอิเล็คทรอนิกส์ ดังนั้นผมจึงรวบรวมบุคคลที่มีความสนใจและมีไฟที่จะออกแบบงานด้านอเล็คทรอนิกส์มาร่วมกันสร้างความฝันนี้ให้เป็นจริง และผมมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพไม่แพ้ชาติอื่น ผมต้องการนำเงินและเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาประเทศแผ่นดินเกิดของผม
 
            หน้าที่ของ บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด: ระยะแรก 1-2ปีแรก จะเป็นส่วนสนับสนุนบริษัทกาวิเทค โดยการออกแบบสินค้าตามสเป็ก และช่วยค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อพัฒนานำมาเป็นสินค้า ทั้งนี้รวมไปถึงการ ออกแบบบอร์ด เขียนโค๊ดตัวอย่าง ทำคู่มือประกอบสินค้า ถ่าย/แต่งรูป และนำสินค้าใหม่ลงเวปไซด์ หลังจากนั้น 1-2 ปีเราจะเริ่มทยอยย้ายการผลิตไปให้ ไทยทำเทค รับผิดชอบ โดยในช่วงแรกจะให้จ้างบริษัทในไทยหรือฟรีแลนซ์นักศึกษาเป็นผู้ประกอบ หลังจากนั้นเราจะตั้งโรงงานประกอบบอร์ดของเราเอง เป้าหมายจริงๆคือให้กาวิเทคเป็นบริษัทที่ทำการตลาดและขายทั่วโลก โดยจะให้มีสต๊อกของที่พร้อมจะขายและส่งออกมาจากที่อเมริกา บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด จะทำหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเวปไซด์ ดูแล สื่อในการตลาดและโฆษณาต่างๆ
                 วิสัยทัศน์ : ทีมของเราจะเน้น วัยรุ่นไฟแรง พวกที่ร้อนวิชา กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด กล้าตัดสินใจลองผิดลองถูก ใฝ่เรียนรู้ มีความรับผิดชอบ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่มที่แปลกแหวกแนว ทำงานรวดเร็ว และความสามารถทำความเข้าใจ
และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบสนองสินค้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว
 
                  ผิดพลาดบ้างไม่เป็นไร เราจะเรียนรู้ ศึกษา พัฒนา และก้าวไปด้วยกัน จะเห็นได้ว่าการที่เราจะทำได้ขนาดนี้จะต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก แต่จริงๆไม่ใช่อย่างนั้น เราต้องการที่จะสร้างทีมจำนวน 5-10 คน และเน้นวิธีกระจายงานให้ฟรีแลนซ์หรือบริษัทอื่นทำเป็นหลัก เราจะใช้พนักงานไม่เยอะมาก ทำงานอย่างฉลาด และอิสระ ขอให้ได้ผลงานตาม เป้าหมาย ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม
 
                  ทีมของเราจะคอยควบคุมดูแล ติดตาม ตรวจสอบ ผลงานของฟรีแลนซ์ เหตุผลที่ต้องการสร้างทีมที่เล็กแต่มีประสิทธิภาพ เพราะเราจะดูแลคนในครอบครัวของเราให้มีความสุข ทุกคนต้องอิ่ม เราจะสร้างทีมที่ทุกคนมีเงินเดือนหกหลัก อีกเหตุผลที่ต้องการให้จ้างฟรีแลนซ์ทำก็เพื่อที่จะรวบรวมคนที่มีความสามารถทางด้านนี้ให้โอกาสได้แสดงผลงานในเวทีระดับโลก
 
                   เพราะสิ่งที่เรากำลังจะทำมันพึ่งเป็นการเริ่มต้น เป้าหมายที่วางไว้จริงๆคือเป็นบริษัทออกแบบและผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับสากล เช่น Samsung Sony Apple นี่เป็นที่มาของชื่อ บริษัท กราวิเทคไทย (ไทยแลนด์) จำกัด จะรวมพลังวิศวกรไทย และพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าคนไทยก็มีฝีมือและมันสมองในระดับสากล สามารถมีแบรนด์เป็นหน้าเป็นตาของประเทศชาติได้ ด้วยปัจจัยและทรัพยากรที่เรามีอยู่
 
                   ผมมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยพร้อมที่จะก้าวเข้าไปสู่วงการชั้นนำของอิเล็คทรอนิกส์โลก บริษัทเราจะดำเนินการแบบอเมริกัน มีการประชุมออกความคิดเห็นในทุกโครงงาน มีการ feedback ประเมินผลติดตามและให้รางวัลตามผลงาน ไม่มีคำว่าอาวุโสกว่า ทั้งทางด้านอายุจริง และอายุการทำงาน ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน (แต่จะต้องเคารพและเชื่อฟังหัวหน้า)
"สุดท้ายนี้ผมต้องการคนที่มีอุดมคติตรงกันมาทำงานตรงจุดนี้"